สรุป online course "การสร้างการนำเสนอที่จับใจ (Presentation Skill)"

course & workshop Jul 30, 2021

เติมความรู้เรื่องการนำเสนอ สรุปโดยย่อว่า ถ้าใครเริ่มด้วยการทำสไลด์ให้เลิกซะ ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เราจะเล่าดีกว่านะ

ทางเราก็เลยลองลงเรียนอีกคอร์สนึง ชื่อว่า Presentation Skill การสร้างการนำเสนอที่จับใจ ในเว็บไซต์ของทาง Creative Economy Agency online academy

https://academy.cea.or.th/course/29/

โดยสามารถกดเพื่อลงเรียนได้ที่

https://academy.cea.or.th/course/29/

และ download file template เพื่อลองทำดูได้จ้า

ทางเราจึงมาสรุปเพื่อเอามาทำ session ของเราเนอะ


จากไอเดียสู่การเล่าเรื่อง (From  Idea to Storyline)

มี 3 Steps คือ

1) me & audience

เริ่มต้นเรื่องของเรากับคนฟัง คนฟังของเราเป็นใคร

ควรเริ่มจากการที่เราพัฒนาเรื่องหรือวางแผนเรื่องของเราให้แข็งแรง เริ่มจากกระดาษหรือ post-it ก่อน

องค์ประกอบของการนำเสนอมี 3 ส่วน คือ

  1. คนนำเสนอ (speaker) เราเป็นคนนำเสนอ เล่าเรื่อง ส่งสารบางอย่างไปสู่คนฟัง เพื่อให้เขาได้อะไรบางอย่างกลับไป เช่น ให้เขาเกิดการเปลี่ยนบางอย่าง มีความรู้ความเข้าใจในเรืองนั้นมากขึ้น ลงมือทำบางอย่าง
  2. เรื่องที่เล่า (message)
  3. คนฟัง (audience)

รู้จักคนฟังของเราก่อน

  • คนฟังของเราเป็นใคร : อายุเท่าไหร่ เพศอะไร ทำงานอะไร บลาๆ
  • รู้เรื่องนี่ขนาดไหน : มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะเล่ามากน้อยเพียงใด
  • คาดหวังหรืออยากรู้อะไร : เขาอยากฟังอะไรจากเรา และเขาจะได้อะไรกลับไปหลังจากฟังเรา
  • สนใจหรือใส่ใจอะไร

อะไรคือเรื่องสำคัญที่เราอยากให้คนฟังเข้าใจหรือรู้เรื่องมากที่สุด อันนั้นจะเป็น main idea ของการนำเสนอของเรา และนำ main idea ที่ได้มา check 3 มุม

  • เราตื่นเต้นกับเรื่องที่เราจะเล่าหรือเปล่า : ถ้าเราอินกับมัน เราจะสื่อสารออกไปได้ดี
  • เรื่องนี้มีประโยชน์กับคนฟังหรือเปล่า
  • เรื่องนี้เหมาะกับเวลาที่เรามีหรือไม่

2) message map

วางแผนการสร้างเรื่องที่แข็งแรงด้วยแผนที่ไอเดีย

เวลาที่เหมาะสมของการนำเสนอคือ ประมาณ 18-20 นาที เพราะสั้นพอและยาวพอ

ถ้าเราจำเป็นต้องนำเสนอยาวกว่านี้ อาจจะแยกหรือหั่นชิ้นต่างๆให้สั้นลงไม่เกิน 18 นาที อาจจะคุ่นโดยการพักเบรก หรือเปิดวิดีโอ หรือมีการเชื่อมต่อต่างๆ

message map คือ การทำโครงเรื่องให้แข็งแรง มาจากหนังสือ Talk Like Ted ของ Carmine Gallo ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

  • Main message : ไอเดียหลักของการนำเสนอของ้รา หรือแก่นเรื่องหลักที่เราจะนำเสนอ หรือสรุปใจความทั้งหมด แล้วเชื่อมประเด็นต่างๆเข้าด้วยกัน ความยาวจะอยู่ที่ 2-3 บรรทัด หรือไม่เกิน 140 ตัวอักษร
  • Key point : สนุบสนุน main message หรือขยายความให้คนฟัง เห็นภาพชัดเจนขึ้น แนะนำให้มีอย่างน้อย 3 key point
  • Supporting points : ข้อมูลที่สนับสนุนแต่ละ key point นั้นๆ มี 3 อย่าง คือ เรื่องเล่า (แนะนำให้เล่าเรื่องแทนขายสรรพคุณโดยตรง), สถิติหรือตัวเลขต่างๆ (ยอดรายได้), ยกตัวอย่าง (สาธิตให้ดู)

ตัวอย่าง ของคอร์สนี้

3) storyline

พัฒนาให้เป็นเส้นเรื่องการเล่าเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้คนฟังอยู่กับเราตลอดเวลา

วิธีการทำง่ายๆ คือใช้ post-ir แปะเขียน 1 ประเด็นที่เราอยากจะเล่า และแปะเรียงกันตามเวลาของการนำเสนอของเราได้เลย ทำให้เราเห็นภาพของการนำเสนอทั้งหมด สาเหตุที่ใช้ post-it คือ สามารถย้ายลำดับที่เราแปะได้อย่างสะดวก

ตัวอย่างการเล่าเรื่อง จริงๆมีหลายแบบ ในนี้ยกมา 4 แบบ คือ

  • เราสามารถเล่าเรื่องเป็นกล่องหรือเป็นข้อก็ได้ เช่น 7 วิธีการทำอะไรสักอย่าง
  • การเล่าเรื่องจากแนวคิดไปสู่ข้อเสนอ เช่น เราจะสร้างวิสาหกิจชุมชนได้อย่างไร
  • การเล่าแบบปัญหาทางออก เช่น ยกปัญหาขึ้นมา แล้วเสนอทางออกที่แก้ปัญหานั้นขึ้นมา
  • การเล่าแบบพระเอก-ตัวร้าย เช่น เราจะจัดการมลพิษทางอากาศได้อย่างไร

สร้างหมัดเด็ดขึ้นมา เพื่อให้คนจำเรื่องที่เราเล่าได้ เช่น Bill Gates พูดถึง malaria โดยการนำกล่องที่มียุงเข้ามาในห้อง บอกว่ายุงพวกนี้มีเชื้อมาลาเลียนะ แล้วเปิดกล่องขึ้นมา พาทุกคนตกใจ แต่ก็บอกว่ายุงพวกนี้จริงๆไม่ใช่ยุงที่มีเชื้อมาลาเลียนะ เพื่อให้ทุกคนสนใจในสิ่งที่เราเล่ามากขึ้น

https://www.ted.com/talks/bill_gates_mosquitos_malaria_and_education

ออกแบบสไลด์ช่วยเล่าเรื่อง (visual aid slide)

1) visual aid concept ออกแบบสไลด์ให้คนฟังเห็นภาพ

เราเป็นตัวเอกในการนำเสนอ ส่วนสไลด์เป็นแค่ตัวช่วย

อุปสรรคหรือหลุมพรางที่มำให้การนำเสนอของเราแย่ได้

  • ใช้เวลาเตรียมเรื่องน้อย แต่ทำสไลด์นาน : ควรใช้เวลาทำเรื่องให้แข็งแรงแล้วค่อยทำสไลด์ตอนท้าย
  • ใช้ตัวหนังสือเยอะ : ทำให้คนดูสไลด์แทนที่จะฟังเราเล่าเรื่อง วิธีแก้อาจจะให้แจกเอกสาร หรือตัดเนื้อหาสำคัญหรือ keyword ใส่ในสไลด์นั้นๆแทน
  • ใส่ทุกอย่างลงในสไลด์หน้าเดียว : เป็นภาระของคนฟัง

Nancy durate กล่าวไว้ในหนังสือ slidelogy ว่า

สไลด์ที่ดี ควรดูแค่ 3 วินาทีแล้วรู้เรื่อง

เรื่องของการออกแบบ design (เน้นเรื่องฟังก์ชันและการใช้งาน) not decurate (ตกแต่ง)

Concept 3S

  1. Single message : 1 slide พูดแค่เรื่องเดียว หรือประเด็นเดียว
  2. Simple : ออกแบบให้เรียบง่าย อะไรที่ไม่จำเป็นให้เอาออกไป
  3. Sync : ตัวสไลด์จะต้องเชื่อมโยงกับเนื้อหา และสอกคล้องกับสิ่งที่เราจะเล่า

Story template ตรง visual คือการออกแบบสไลด์

2) text picture structure

องค์ประกอบของสไลด์ และเทคนิคออกแบบตัวอักษร ภาพ และการจัดวาง

Text ตัวหนังสือ

  • ปริมาณตัวหนังสือ : ให้ตัดประโยคหรือ keyword สำคัญ มาอยู่บนสไลด์
  • Font : ให้ใช้ 1-2 แบบก็เพียงพอแล้ว ดูง่าย ชัดเจน ตัวอย่าง font ก็จะมีไทยสารบัญ (TH Saraban New), สุขุมวิท เซต, พร้อม(Prompt) หรืออาจะเป็น font ประมาณ Arial, Helvetica, Calibri ซึ่งเราสามารถเลือกตามความเหมาะสมได้
  • ขนาดของตัวหนังสือ : เลือกขนาด 30 ขึ้นไป เพื่อเน้นข้อความ หรือเพื่ออ่านได้เหมาะสม มีหัวข้อใหญ่ หัวข้อรอง และ description
  • การเน้นของตัวหนังสือ : เหมือนนํ้าเสียงที่เราจะพูด เน้นหนักเบา ตามจังหวะ สามารถเน้นตัวอักษรด้วยขนาด เพิ่มความหนา หรือใช้สี เพื่อให้คนอ่านเห็นจุดเน้น หรือความแตกต่าง
  • การวาง text บนรูปภาพ : วาง text สีเข้มบนพื้นหลังสีอ่อน หรือทำกล่องโปร่งใสวาง text หรือวางบนพื้นหลังสีให้มัน contrast กัน

Picture เลือกภาพที่ดีและทรงพลัง

  • ภาพมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา : หน้าที่คือเปิดเผยให้คนฟังเห็นภาพ หรือช่วยอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น หรือเสริมบรรยากาศให้สนุกขึ้น สวยงามมากขึ้น
  • วางภาพให้เต็มจอของสไลด์ เพราะให้ความน่าสนใจมากกว่า และใช้จุดตัด 9 ช่อง
  • ความละเอียดของภาพ ให้เลือกเป็น high resolution ไม่งั้นภาพแตก และหลีกเลี่ยงภาพที่มีลายน้ำ
  • การใช้กราฟ chart และอื่นๆ : 1 แผนภาพสื่อสาร 1 message มีการออกแบบที่เรียบง่าย ใช้เพียง 1-2 สี และเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราจะพูด ตัวอย่าง ted talk stats you’re ever seen

Structure การจัดวาง

  • การวาง layout : วางจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
  • สี : ใช้เน้นจุดสำคัญ หรือเน้นความแตกต่าง ใช้ 2-3 สีพอ โดยมีสีพื้น เป็นสีพื้นหลัง ให้เน้นสีอ่อนเข้าไว้ สีหลัก ใช้กินพื้นที่ส่วนใหญ่ในเนื้อหาของเรามสรเน้นอาจจะคนละโทน หรือโทนเดียวกัน หรือ contrast กัน
  • ใช้ animation transition เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

3) how to show ideas

ออกแบบเสร็จแล้วไปใช้ต่ออย่างไรได้จะใช้สไลด์อย่างไร สื่อผสมอื่นๆ และการลงมือทำ

3 เทคนิคในการใช้สไลด์ระหว่างการนำเสนอ

  • สามารถชี้หรือเล่นกับสไลด์ได้ เช่น ชี้ ผายมือ ใช้ pointer laser
  • สามารถหยุดภาพสไลด์ได้ ระหว่างพูดเล่าเรื่องหรือนำเสนอ เพื่อคุมประเด็นในการเล่าเรื่องของเรา
  • สามารถปิดสไลด์ไว้ก่อนได้ เพื่อให้คนฟังกลับมาสนใจที่ตัวเรา กับเรื่องที่เราจะพูด

ไม่ว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไร สื่อเหล่านี้มีจุดประสงค์ให้คนฟังนั้นเห็นภาพชัดเจนขึ้น และเข้าใจคนฟังได้มากขึ้น

ตัวอย่าง Joe Smith อธิบายเรื่องการใช้กระดาษทิชชู่แผ่นเดียวในการเช็ดมือ

https://www.ted.com/talks/joe_smith_how_to_use_a_paper_towel

สุดท้าย แนวทางในการพัฒนาฝีมือทักษะในการทำสไลด์

  1. ดูงานตัวอย่างเยอะๆ เช่น Ted talk, slideshare.com
  2. ค้นหาสไตล์ของตัวเอง
  3. ให้เวลากับการซ้อมเยอะๆ ซ้อมบ่อยๆ จะทำให้การนำเสนอของเราแข็งแรงและมีพลังมากขึ้น

download แอพอ่านบล็อกใหม่ของเราได้ที่นี่

MikkiPastel - Apps on Google Play
First application from “MikkiPastel” on play store beta feature- read blog from https://www.mikkipastel.com by this application- read blog content by chrome custom tab- update or refresh new content by pull to refresh- share content to social network
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mikkipastel.blog

ติดตามข่าวสารและบทความใหม่ๆได้ที่

อย่าลืมกด like กด share บทความกันด้วยนะคะ :)

Posted by MikkiPastel on Sunday, 10 December 2017

และช่องทางใหม่ใน Twiter จ้า

Tags

Minseo Chayabanjonglerd

Android Developer ผู้เป็นเจ้าของบล็อก MikkiPastel ที่ชอบทำหลายๆอย่างนอกจากเขียนแอพแอนดรอยด์ เช่น เขียนบล็อก เขียนแชทบอท เรียนออนไลน์ อ่านหนังสือ วาดรูปเล่น ดู netfilx สั่งอาหารอร่อยๆกัน เป็นต้น

Great! You've successfully subscribed.
Great! Next, complete checkout for full access.
Welcome back! You've successfully signed in.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.